สุริยา เผือกพันธ์ : เขียน
“เป็นองค์กรเอกชนสาธารณประโยชน์ที่มุ่งให้โอกาสและสร้างความเข้มแข็งให้กับคนยากจนและผู้ด้อยโอกาสในการดำรงชีวิตอย่างเท่าเทียมและมีคุณภาพชีวิตที่ดี”
พันธกิจของสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน
จึงมีเจตนารมณ์อย่างแน่วแน่ที่จะเป็นองค์กรเอกชนสาธารณประโยชน์ระดับแนวหน้า
ด้วยการริเริ่มศึกษาค้นคว้าเผยแพร่ความรู้ ข้อมูลข่าวสาร บริการ
ส่งเสริมและสนับสนุนงานด้านการวางแผนครอบครัว สุขภาพอนามัย สิ่งแวดล้อม
การบรรเทาสาธารณภัย การพัฒนาชุมชนทั้งในเขตเมืองและชนบท เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนผู้ด้อยโอกาสให้ดีขึ้น
อันเป็นการสนับสนุนงานของรัฐบาลตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ โดยเน้นที่การมีส่วนร่วมและการพึ่งตนเองของชุมชน
ทั้งนี้อาศัยความร่วมมือและประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานต่าง ๆ
ทั้งภาครัฐและเอกชนในทุกระดับ
ด้วยทรัพยากรที่มีอยู่อย่างเหมาะสมและสามารถดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
พร้อมทั้งจะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการฝึกอบรม
ให้คำปรึกษาและถ่ายทอดประสบการณ์ที่ได้รับความสำเร็จแก่บุคคลและองค์กรที่สนใจทั้งในและนอกประเทศ
“คุณทองเจือ
บุญเคลือบ คุณอัมพร มูลติปฐมและคุณวิภาพร อุทุมพร เจ้าหน้าที่สมาคมฯลำปลามาศ และนางรอง
จังหวัดบุรีรัมย์”
สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชนได้ให้ความสำคัญอย่างสูงต่อการพัฒนาบุคลากร
เพื่อภาคภูมิใจในองค์กร มีความสุขและสนุกกับการทำงานเพื่อส่วนรวมและประเทศชาติ
มีการปรับปรุงระบบการบริหารจัดการในทุก ๆ ด้านให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด
อันจะนำมาซึ่งความมั่นคงเป็นปึกแผ่นขององค์กร
ในด้านการพัฒนาบุคลากร Microsoft
YouthSpark เป็นโครงการหนึ่งที่อบรมให้ความรู้ด้าน ICT แก่เยาวชนที่ต้องการนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของการทำธุรกิจ
ปีนี้โครงการดำเนินมาเป็นปีที่ 3 ภายใต้ความร่วมมือของบริษัท
ไมโครซอฟท์ประเทศไทย (Microsoft Thailand) สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชนและโรงเรียนมีชัยพัฒนา
ทั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทไมโครซอฟท์ประเทศไทย ในปีนี้สมาคมฯ
เป็นหน่วยงานผู้ได้รับทุนและดำเนินการร่วมกับศูนย์วิจัยการจัดการความรู้การสื่อสารและการพัฒนา
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช- The Research Center of Communication and
Development Knowledge Management (CCDKM)
เป็นระยะเวลา 1 ปี ตั้งแต่เดือนมกราคม – ธันวาคม 2558
“คุณสมคิด อัตบุตร เจ้าหน้าที่สมาคมฯ
ศูนย์ลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์”
ภารกิจของสมาคมฯ คือ
การทำหน้าที่จัดอบรมให้กับเยาวชนที่จะเป็นครูผู้สอนด้านไอทีเพื่อธุรกิจหลักสูตร Training
of Trainer (TOT) จำนวน 1 รุ่น จำนวน 20 คนและอบรมชาวบ้านหรือเยาวชนที่ตนเองหรือครอบครัวทำธุรกิจอยู่แล้ว
ให้สามารถนำความรู้ด้านไอทีไปต่อยอดสร้างตลอดเพิ่มในหลักสูตร Basic of
Training (BOT) อีก 13 รุ่น ๆ ละ 20
คน รวมเป็น 260 คน
และทำการคัดเลือกเยาวชนที่ผ่านการอบรมที่มีศักยภาพในการนำความรู้ไปทำธุรกิจจำนวน 5
คนเข้ารับการอบรมเพิ่มเติมจาก CCDKM พื้นที่โครงการจะอยู่ในเขตอำเภอจักราช
จังหวัดนครราชสีมา อำเภอนางรองและอำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์
อำเภอเมืองจังหวัดนครศรีธรรมราชและพื้นที่ดำเนินงานของศูนย์ฯ กระบี่
ซึ่งได้กำหนดเป้าหมายการอบรม
"สุภาวดี ประทุมมา"
"สุภาวดี ประทุมมา"
“พี่สมคิด
เจ้าหน้าที่ PDA (สมาคมฯ) ชวนมาอบรม BOT และอบรมมาหลายครั้งแล้ว กรุงเทพฯก็เคยไป รู้สึกดี
ทำให้มีความรู้เพิ่มมากขึ้นนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน สอนน้อง ๆ ได้” สุภาวดี
ประทุมมาหรือฟ้าอายุ 18 ปี การศึกษามัธยมศึกษาปีที่ 6
กล่าวด้วยความดีใจ
“หนูจะไปเรียนต่อคณะเกษตรฯ ที่ม.ขอนแก่น”
เธอกล่าวถึงอนาคตอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
“หนูคิดว่าทำไม ทำนาทำไร่ 10 ไร่มันถึงได้แค่นี้ อยากนำความรู้มาพัฒนาอาชีพและชุมชนตัวเอง
ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและโอเคกว่านี้” ฟ้ากล่าวถึงแรงจูงใจที่อยากเรียนเกษตร
"อินทุอร สดรัมย์"
"อินทุอร สดรัมย์"
“เคยเป็นคณะกรรมการหมู่บ้านเกี่ยวกับรณรงค์โรคเอดส์
พี่นาง (เจ้าหน้าที่สมาคมฯ) ชวนมา อบรม TOT หลายครั้ง”
อินทุอร สดรัมย์ อายุ 19 ปี
นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ปีที่ 1 กล่าวถึงที่มาของตนเอง
“ได้รู้จักโปรแกรมหลายโปรแกรมที่ไม่เคยรู้จัก
แค่โปรแกรม Word อย่างเดียวก็มีอะไรที่สลับซับซ้อนที่ไม่เคยรู้มาก่อน
แต่วิทยากรก็สอนให้”
"วรลักษณ์ บัวลา"
"วรลักษณ์ บัวลา"
“มาพร้อม ”ฟ้า”
อยู่บ้านเดียวกันแต่หนูมีพื้นฐานมาจากโรงเรียนเดิมตอนเรียนม.ต้น มาก่อนมี Facebook
ของกลุ่มชื่อ PAD ลำปลายมาศ” วรลักษณ์ บัวลา
อายุ 17 ปีกล่าวเป็นคนสุดท้าย
“เป็นการมาเสริมความรู้
ที่บ้านหนูปลูกหน่อไม้ฝรั่ง ยังคิดไม่ออกว่าจะประชาสัมพันธ์ผลผลิตยังไง
ไม่รู้จะส่งอย่างไรถ้ามีคนสั่ง”
วรลักษณ์เป็นกังวล หากจะต่อยอดธุรกิจทาง ICT
“จึงขายให้ได้เพียงเพื่อนบ้านและคนไปศึกษาดูงานที่บ้าน
มัดละ 10 บาท ขายได้ทุกวันค่ะ” วรลักษณ์กล่าวทิ้งท้าย
ภารกิจดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของปณิธานของสมาคมฯ
ที่จะพัฒนาเพื่อรับใช้สังคมให้ยาวนานที่สุด การหวังพึ่งความกรุณาปราณีจากเงินบริจาคของผู้อื่นเพียงอย่างเดียวนั้น
คงไม่ได้ จึงได้เริ่มงาน “ธุรกิจเพื่อสังคม” (Business for Social
Progress) เป็นหน่วยงานแรก ๆ ของประเทศไทย
โดยจดทะเบียนเป็นบริษัทพัฒนาประชากรจำกัด และได้จัดตั้งบริษัทในเครืออีก 28
บริษัทในเวลาต่อมา เพื่อแสวงหารายได้นำไปใช้ประโยชน์ 3 ทางคือ เป็นเงินทุนสำรอง ลงทุนขยายธุรกิจและสนับสนุนงานสาธารณประโยชน์
"เยาวชนผู้เข้าอบรมกำลังนำเสนอผลงาน"
นอกจากนี้ ในปณิธานยังเชื่อว่า
หากได้ช่วยเหลือบุคคลหรือกลุ่มบุคคลให้เป็นผู้ประกอบการเพื่อสังคม (Social
Entrepreneur) น่าจะทำให้มีโอกาสประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น โครงการ
Microsoft YouthSpark จึงเป็นกิจกรรมส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้นบนพื้นฐานความเชื่อในปณิธานนั้น
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น